<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-8120285729547811438</id><updated>2011-04-21T22:28:37.095-07:00</updated><title type='text'>ชุมชน HROD</title><subtitle type='html'>คนสามารถพัฒนาได้  ถ้าให้ความรู้และโอกาส</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://tadduean-hrod.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8120285729547811438/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tadduean-hrod.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>tadduean</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05221960802417286708</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>4</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8120285729547811438.post-2183549232519891551</id><published>2008-07-27T09:16:00.000-07:00</published><updated>2008-07-27T09:18:32.703-07:00</updated><title type='text'>HA  กับ  Competency</title><content type='html'>Competency  เป็นเครื่องมือการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่ยังมาแรงในทุกวงการ  เมื่อเร็วๆนี้ทาง พรพ.ได้รับเกียรติจาก  ดร.จิรประภา  อัครบวร  จาก NIDA มาเป็นวิทยากรในเรื่องนี้  ท่านให้ความหมายว่า  Competency  คือคุณลักษณะที่พึงประสงค์ในตำแหน่งงานของแต่ละองค์กร  เป็นเหมือน foundation  ที่เอาไปใช้ในการสรรหา  พัฒนา  เลื่อนตำแหน่ง&lt;br /&gt;      Competency  เพิ่มคุณค่าให้กับคนและองค์กร  เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์คับขัน (Critical incident) พฤติกรรมของคนจะโดดเด่นขึ้นมาอย่างชัดเจน  ในงานที่ง่ายแยกไม่ออกว่าคนที่เก่งกับคนไม่เก่งต่างกันอย่างไร  ในงานที่มีการใช้ทักษะมากขึ้น  ความกดดันในงานจะเริ่มดึงศักยภาพของคนเก่งที่หลบซ่อนออกมา  และในงานปราบเซียน  คนเก่งจะทำได้ดีกว่าอย่างชัดเจน  การกำหนด Competency  จึงควรพิจารณาว่าเราต้องการ Competency  อะไรสำหรับงานยากๆหรือเหตุการณ์คับขันมากกว่าที่จะกำหนดจาก Job  description  ทั่วๆไป&lt;br /&gt;       องค์กรที่มีการนำ Competency  มาใช้ในการพัฒนาคน  จะประสบความสำเร็จสูงกว่า  ในทางธุรกิจจะเห็นชัดเจน  คือการสร้างผลกำไรได้มากกว่า  แต่สำหรับองค์กรภาครัฐ  เกิดคำถามขึ้นมาว่าจะวัดความสำเร็จขององค์กร  หรือวัดความสำเร็จของการนำ Competency  มาใช้ได้อย่างไร&lt;br /&gt;องค์กรที่ประสบความสำเร็จในการนำ Competency  มาใช้  ต้องใช้ควบคู่กับ  KPI &lt;br /&gt;       KPI  ขององค์กรคือเป้าหมาย  คือโจทย์  คือสิ่งที่ต้องการบรรลุ&lt;br /&gt;       Competency  คืออาวุธ  หรือวิธีการเพื่อบรรลุเป้าหมาย  เพื่อตอบโจทย์&lt;br /&gt;       ถ้ามี  KPI  แต่ไม่มี  Competency  ก็เหมือนมีเป้าแต่ไม่มีอาวุธ  มี  Competency  แต่ไม่มี  KPI  ก็ไม่รู้ว่าจะใช้ไปเพื่อตอบโจทย์อะไร  เมื่อโจทย์เปลี่ยน  Competency  ก็ต้องเปลี่ยนไปด้วย&lt;br /&gt;       Competency  ไม่ใช่แค่เพียงความรู้และทักษะ  แต่ครอบคลุมไปถึงบทบาททางสังคม(Social  role)  ภาพลักษณ์ของตนเอง(Self image)  บุคลิกภาพ (Trait)  และแรงจูงใจ (Motive) &lt;br /&gt;       มีการแบ่ง  Competency  เป็น  3  ประเภท&lt;br /&gt;       1.      Core  competency  เพื่อหล่อหลอมให้เกิดวัฒนธรรมที่องค์กรต้องการ&lt;br /&gt;       2.      Managerial  competency  เพื่อมุ่งเน้นการจัดการงานให้สำเร็จ  เป็นสิงที่บุคลากรทุกคนต้องมี  ระดับปฏิบัติก็ต้องมีเพื่อจัดการกับงานของตนเอง  ระดับผู้บริหารก็ต้องมีมากขึ้นเพื่อจัดการให้งานของหน่วยงานและองค์กรประสบความสำเร็จ&lt;br /&gt;       3.      Technical  competency  เพื่อให้มั่นใจว่ามีความรู้และทักษะในงานทำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       Competency  จริงๆแล้วไม่สามารถที่หน่วยงานจะเลียนแบบกันได้  เพราะ  Competency  เป็นเรื่องของกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องที่จะเอาประสบการณ์จริงและเป้าหมายขององค์กรมาเป็นตัวกำหนด  Competency  เป็นเรื่องเฉพาะของแต่ละองค์กร  ปัจจุบันได้มีการกำหนด  list  ของ competency  มาเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้องค์กรทำงานง่ายขึ้นในการคัดเลือก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       อ.อนุวัฒน์  ศุภชุติกุล ได้กล่าวว่า  ถ้าองค์กรคิดจะทำเรื่องนี้  ควรทำด้วยความเข้าใจและมีเป้าหมายชัดเจน   ไม่ใช่ทำเพื่อให้ผ่าน  HA  ทั้งนี้ไม่ว่าคิดจะทำเรื่องใดก็ตาม  การคิดเพียงแค่ว่าทำเพื่อผ่าน HA  จะเป็นการตั้งเป้าหมายที่สั้น  ทำให้คำถามและวิธีคิดของเราจะสั้น  คือถามแต่ว่า  HA  จะเอาอะไร  แต่ถ้าทำเพื่อเป้าหมายขององค์กร  เราจะถามว่าองค์กรของเราต้องการอะไร  แล้วกระบวนการเยี่ยมสำรวจก็จะทำให้เราเห็นตัวเองได้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าที่ตั้งใจไว้นั้น  บรรลุเป้าหมายหรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อ่านเพิ่มเติมใน  เมดิคอลไทม์  1-15  มกราคม  2549  โดยอ.อนุวัฒน์  ศุภชุติกุล&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8120285729547811438-2183549232519891551?l=tadduean-hrod.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://tadduean-hrod.blogspot.com/feeds/2183549232519891551/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8120285729547811438&amp;postID=2183549232519891551' title='2 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8120285729547811438/posts/default/2183549232519891551'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8120285729547811438/posts/default/2183549232519891551'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tadduean-hrod.blogspot.com/2008/07/ha-competency.html' title='HA  กับ  Competency'/><author><name>tadduean</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05221960802417286708</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8120285729547811438.post-8880150148709291338</id><published>2008-07-22T06:37:00.000-07:00</published><updated>2008-07-24T03:19:55.668-07:00</updated><title type='text'>ทำอย่างไรให้คนดี  คนเก่งทำงาน</title><content type='html'>&lt;span style="color:#000099;"&gt;&lt;strong&gt;สูตร "คนดี คนเก่ง" เพียงพอไหมสำหรับการทำงานปัจจุบัน&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อผู้บริหารมองหาคนเข้ามาทำงานให้องค์การมักเลือกหาคนที่เก่งในงานเป็นอันดับแรก ด้วยความเชื่อมั่นว่าจะทำให้งานเสร็จ สำเร็จ ซึ่งคนเก่งนี้ยังไม่บ่งบอกว่าเป็นคนดีหรือไม่ และถ้าเจอประเภทเก่งแล้วดีแถมมาด้วยก็จะยิ่งทำให้รู้สึกว่าน่าทำงานร่วมกันได้ดีและราบรื่น แต่ท่านเคยเจอลูกน้องที่ทั้งเก่งและดี แต่ไม่ค่อยอยากจะรับงานที่ท้าทายไปทำ หรืองานที่เราเห็นว่าเขามีความสามารถแต่เขากลับอ้างว่าความสามารถไม่ถึง จนเราไม่แน่ใจว่าเขาคิดอย่างนั้นจริงๆ หรือไม่ต้องการรับงานนั้นมาทำกันแน่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สูตร "คนดี คนเก่ง" จึงไม่เพียงพอที่จะทำให้องคืการสามารถแข่งขันได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Dave Ulrich ได้ให้สูตรทุนทางปัญญา (Intellectual Capital) อันเป็นส่วนหนึ่งของทุนมนุษย์ ไว้ว่า &lt;strong&gt;ทุนทางปัญญานี้ต้องประกอบด้วย ความสามารถ คูณ ความผูกพันหรือสัญญาใจ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Intellectual Capital = Competency X Commitment&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โปรดสังเกตุว่า Dave Ulrich ใช้คูณนะ ไม่ใช่บวก นั้นหมายถึงว่า ทุนทางปัญญาจะมีคุณค่าสูง หากคนเหล่านี้มีทั้งความรู้ความสามารถที่องค์การต้องการและความผูกพันหรือสัญญาใจกับงานและองค์การ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Competency นั้น ในที่นี้หมายถึงความรู้ ความสามารถและพฤติกรรมที่องค์การต้องการ ไม่ใช่ความสามารถ หรือสมรรถนะตามที่มีผู้แปลกัน เพราะบุคลากรในองค์การที่มีความรู้ ความสามารถมาก แต่อาจไม่ได้มีตรงกับสิ่งที่องค์การต้องการก็ได้ เท่ากับองคืการอาจกำลังจ่ายค่าความสามารถของคนๆนี้ไปฟรีๆก็ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วน Commitment นั้น หมายถึง ความผูกพันหรือหากให้ตรงความ คือสัญญาใจซึ่งกินความลึกซึ้งกว่าความผูกพันมากนัก สัญญาใจนี้มีสองระดับคือ สัญญาใจกับงาน และสัญญาใจกับองค์การ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สัญญาใจกับงานนั้นหมายถึง คนที่ทำงานในหน้าที่ที่รับผิดชอบอย่างทุ่มเท สุดความสามารถ แต่อาจเปลี่ยนงานไปเรื่อยๆในองค์การต่างๆ อย่างนี้ถือว่ามีสัญญาใจกับงานเท่านั้นแต่ไม่มีสัญญาใจกับองค์การ สัญญาใจกับองค์การนั้น คือคนที่ทำงานแล้วยอมที่จะเปลี่ยนงานที่ทำ หน้าที่ความรับผิดชอบไปเรื่อยๆ แต่จะไม่เปลี่ยนองค์การ คนเหล่านี้รักองค์การอยากทำงานเพื่อทุ่มเทให้องค์การประสบความสำเร็จ ให้อะไรก็ทำ เพราะรักที่จะอยู่กับองค์การ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สัญญาใจดังกล่าวมีความสำคัญอย่างมากต่อการทำงานและผลงาน ท่านลองสังเกตจะพบว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่เสียสละตนเองทำงานอาสาสมัคร ไม่ว่าจะเป็นเข้าวัด เข้าโบสถ์ หรืองานสาธารณกุศลใดๆก็ตาม บางคนอยู่บ้านไม่เคยแม้แต่กวาดบ้านเอง พอเข้าวัดกับอาสาทำงานเหล่านี้โดยไม่ได้หวังอะไร คนเหล่านี้ต้องได้รับแรงจูงใจบางอย่างเขาจึงแสดงความสามารถ และความเต็มใจในการทำงานมากขนาดนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#000099;"&gt;&lt;strong&gt;แล้วแรงจูงใจเหล่านั้นมาจากไหน&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;หากกลับมามองในองค์การ ท่านผู้บริหารคงเคยเผชิญกับการมีคนที่มีความสามารถมากมายในองค์การ แต่ขาดสัญญาใจกับงานที่ทำ ท่านก็อาจได้องค์การที่เต็มไปด้วยคนเก่งแต่ทำงานไม่เสร็จ หรืออีกกรณีที่ท่านอาจจะเจอคือ มีคนที่มีสัญญาใจกับงานสูงแต่ขาดความสามารถ ซึ่งองค์การของท่านจะมีสภาพคือ มีแต่คนขยันทำงานเสร็จเร็วแต่ผลงานอาจไม่มีประสิทธิภาพ หรือไม่มีคุณภาพตามต้องการได้ ท่านคงสรุปได้ว่าทั้งสองกรณีนี้ เป็นอันตรายต่อองค์การทั้งสิ้น&lt;br /&gt;การจะสร้างให้คนเกิดสัญญาใจกับองค์การนั้นคงไม่มีสูตรสำเร็จ เพราะสิ่งเหล่านี้ขึ้นอยู่กับคุณค่า (Value) ที่แต่ละคนมี หัวหน้าหรือผู้บริหารต้องหาให้เจอว่าลูกน้องของท่านให้ความสำคัญกับเรื่องอะไรในชีวิต บางคนทำงานขอให้ได้ค่าตอบแทนสูงเป็นใช้ได้ ไม่สนใจยศฐาบรรดาศักดิ์ใดๆ สำหรับบางคนขอให้มีตำแหน่งมารอ เป็นทำได้ทุกอย่าง&lt;br /&gt;Dave Ulrich ให้แนวทางการพัฒนาสัญญาใจเพื่อเราสามารถนำไปใช้กับลูกน้อง หรือพนักงานในองค์การโดยแบ่งแรงกระตุ้นที่ทำให้เกิดสัญญาใจออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ คือ แรงกระตุ้นจากภายนอก และแรงกระตุ้นจากภายใน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;     แรงกระตุ้นจากภายนอกที่เราคุ้นเคยคือ ค่าตอบแทน ความก้าวหน้าในงาน กฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ แต่หากไม่มีสิ่งเหล่านี้แล้ว ยังมีอีกเรื่องที่สำคัญ ที่ทำให้คนเกิดสัญญาใจกับงานและองค์การ นั่นคือ ตัวผู้บังคับบัญชาหรือหัวหน้า หากความสัมพันธ์ระหว่างหัวหน้าและลูกน้องไม่ดีแล้ว ส่วนใหญ่ลูกน้องเลือกออกไปตายเอาข้างหน้าดีกว่า&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;     ส่วนแรงกระตุ้นภายในได้แก่ สำนึก คนที่ทำงานอย่างมีสำนึกนั้น มาจากการที่ทำงานแล้ว หัวหน้าหรือผู้ร่วมงานมีความเห็นอกเห็นใจ เข้าใจอกเขาอกเรา ลูกน้องจึงอยากที่จะทำงานให้อย่างเต็มที่ บางครั้งท่านจะเห็นพนักงานที่ทำงานอย่างทุ่มเทให้กับองค์การโดยเขารู้สึกว่าเป็นหนี้บุญคุณองค์การ เพราะยามที่เขามีปัญหาส่วนตัวหรืองาน องค์การซึ่งก็คือผู้บริหารหรือผู้ร่วมงานช่วยเขาหลุดพ้นจากปัญหาได้ ในอีกกรณีหนึ่งคือ องค์การช่วยให้เขาได้รับความเจริญเติบโตในการทำงาน มีความก้าวหน้าในงาน อันมาจาก การได้ทุนการศึกษา การฝึกอบรม หรือแม้แต่การให้งานที่ท้าทาย สำหรับบางคนคือการให้โอกาสได้ทำงานที่พนักงานชอบ ก็เท่ากับท่านได้เสริมแรงกระตุ้นภายในแล้ว&lt;br /&gt;เรื่องของการสร้างสัญญาใจนี้ จึงเป็นเรื่องที่ผู้บริหารต้องให้ความสำคัญกับลูกน้องหรือพนักงานในองค์การเป็นรายบุคคล หากท่านต้องการรักษาคนๆนั้นไว้และต้องการให้คนเหล่านี้ทำงานให้ท่านอย่างทุ่มเทจนสุดความสามารถ และนี่คือแนวทางหนึ่งในการพัฒนาบุคลากรปัจจุบันที่ไม่ได้หมายถึงการให้การศึกษาหรือฝึกอบรมเท่านั้น แต่หมายถึงการพยายามดึงเอาความสามารถของพนักงานออกมาใช้ให้ได้มากที่สุดด้วย เพื่อเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพนักงานและองค์การ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผศ.ดร.จิรประภา อัครบวร : ประชาชาติธุรกิจรายสามวัน วันที่ 25-28 สิงหาคม พ.ศ. 2548&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8120285729547811438-8880150148709291338?l=tadduean-hrod.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://tadduean-hrod.blogspot.com/feeds/8880150148709291338/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8120285729547811438&amp;postID=8880150148709291338' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8120285729547811438/posts/default/8880150148709291338'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8120285729547811438/posts/default/8880150148709291338'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tadduean-hrod.blogspot.com/2008/07/blog-post_22.html' title='ทำอย่างไรให้คนดี  คนเก่งทำงาน'/><author><name>tadduean</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05221960802417286708</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8120285729547811438.post-3002798949188819756</id><published>2008-07-14T23:27:00.000-07:00</published><updated>2008-07-14T23:29:51.194-07:00</updated><title type='text'>คุณสมบัติผู้บริหาร</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:georgia;font-size:130%;color:#ff6600;"&gt;หลายครั้งที่ผู้บริหารจำเป็นต้องปรับวิธีการนำซึ่งอาจจำแนกกระบวนการบริหารเป็น 2 ลักษณะ คือ บริหารแบบรู้คำตอบ คือ การบริหารในลักษณะของการวางแผนกำหนดมาตรฐาน ควบคุม และ ประเมิน กับการบริหารในลักษณะของการค้นหาคำตอบ ซึ่งเป็นการค้นหาความเป็นไปได้ หรือวิธีการบริหารแบบใหม่ ที่ไร้รูปแบบนั่นเอง ปีเตอร์ เอฟ ดรักเกอร์ ผู้ชำนาญด้านการบริหารการจัดการระดับโลก กล่าวไว้ว่า ภารกิจ 7 ประการ ของผู้บริหารในอนาคตคือ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:georgia;font-size:130%;color:#33cc00;"&gt;1. ต้องบริหารงานอย่างมีวัตถุประสงค์ (Management By Objective) &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:georgia;font-size:130%;color:#33cc00;"&gt;2. ต้องเสี่ยงยิ่งขึ้นและมองไกล มองยาว &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:georgia;font-size:130%;color:#33cc00;"&gt;3. สามารถตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ได้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:georgia;font-size:130%;color:#33cc00;"&gt;4. ต้องสามารถสร้างทีมงานได้แต่ละคนในกลุ่มต้องสามารถจัดการงาน และวัดผลงานของ ตนเองได้ อย่างสัมพันธ์กับเป้าหมายรวม &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:georgia;font-size:130%;color:#33cc00;"&gt;5. สื่อสารผ่านข้อมูลได้ฉับไว ชัดเจน ทำงานร่วมกับคนอื่น ๆ ในทีมได้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:georgia;font-size:130%;color:#33cc00;"&gt;6. ต้องเห็นภาพรวมธุรกิจและสามารถบูรณาการเข้ากับ Function ที่ตัวเองถนัดได้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33cc00;"&gt;&lt;span style="font-family:georgia;font-size:130%;"&gt;7. ต้องเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์และอุตสาหกรรมเข้ากับสภาพแวดล้อมให้ได้&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8120285729547811438-3002798949188819756?l=tadduean-hrod.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://tadduean-hrod.blogspot.com/feeds/3002798949188819756/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8120285729547811438&amp;postID=3002798949188819756' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8120285729547811438/posts/default/3002798949188819756'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8120285729547811438/posts/default/3002798949188819756'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tadduean-hrod.blogspot.com/2008/07/2-7-1.html' title='คุณสมบัติผู้บริหาร'/><author><name>tadduean</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05221960802417286708</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8120285729547811438.post-7067416126739919734</id><published>2008-07-14T23:00:00.000-07:00</published><updated>2008-07-14T23:07:35.711-07:00</updated><title type='text'>ออร่า ของคุณสีอะไร</title><content type='html'>&lt;span style="color:#330099;"&gt;ออร่า ของคุณสีอะไร ???&lt;br /&gt;&gt;&gt;&gt;&gt;&gt; ไปดูวิธีการคำนวณกันเลย.....&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&gt;&lt;br /&gt;&gt; ง่ายนิดเดียว เพียงคำนวณตามสูตร นำวัน เดือน ปี ค.ศ. ที่เกิด มาบวกกัน&lt;br /&gt;&gt; สมมุติว่า เกิดวันที่ 5 เดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1960&lt;br /&gt;&gt; ก็นำเลขทั้งหมดมาบวกกันคือ 5 + 5 + 1960 = 1970&lt;br /&gt;&gt; จากนั้นก็แยกตัวเลขออกมาบวกกันอีกครั้ง&lt;br /&gt;&gt; จะได้เป็น 1 + 9 + 7 + 0 = 17 ก็นำมาแยกบวกอีกจนกว่าจะได้เลข 1 ตัว&lt;br /&gt;&gt; จะได้เป็น 1 + 7 = 8 เมื่อได้ผลลัพธ์เป็นเลขตัวเดียวแล้ว ขอให้ดูว่า&lt;br /&gt;&gt; ตัวเลขที่ได้ตรงกับสีพื้นฐาน&lt;br /&gt;&gt; สีอะไร มีความหมายว่าอย่างไร แต่ถ้าเลขบวกกันแล้วได้ผลเป็น 11 และ 22&lt;br /&gt;&gt; ไม่ต้องแยกบวกอีกเพราะเป็นพวกพิเศษกว่าพวกอื่น&lt;br /&gt;&gt;&lt;br /&gt;&gt;&lt;span style="color:#990000;"&gt; 1. สีแดง ศักยภาพ : ผู้นำ&lt;br /&gt;&gt; พวกมีสีแดงเป็นสีพื้นฐาน จะมีความกระตือรือร้น เป็นผู้นำ&lt;br /&gt;&gt; เต็มไปด้วยพลังกระฉับกระเฉง มีเสน่ห์&lt;br /&gt;&gt; สามารถพูดจาโน้มน้าวจิตใจผู้อื่นได้ดี เป็นคนสนุกสนาน โอบอ้อมอารี&lt;br /&gt;&gt; กล้าหาญทะเยอทะยาน มองโลกในแง่ดี ชอบการแข่งขันเป็นสีที่นำมาซึ่งความสำเร็จ&lt;br /&gt;&gt; คุณควรหาอะไรที่ท้าทายความสามารถทำแต่อย่าให้ถึงกับว่า คุณวิ่งไม่เร็ว&lt;br /&gt;&gt; แต่คุณสร้างโครงการท้าทายความสามารถ โดยฝันที่จะเป็นนักกีฬาโอลิมปิก&lt;br /&gt;&gt; อย่างนี้มันเกินความสามารถมากไป ต้องพิจารณาให้พอเหมาะสม&lt;br /&gt;&gt; ข้อเสีย มักจะขี้กังวล ตื่นตระหนก และอาจหลงตัวเอง&lt;br /&gt;&gt; รวมทั้งอาจจะบ้างานมากไปจนเครียดควรรู้จักพักผ่อน และคลายความเครียด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6600;"&gt;&gt; 2. สีส้ม/แสด ศักยภาพ : มนุษยสัมพันธ์ดี&lt;br /&gt;&gt; คุณเป็นคนอบอุ่น น่าคบ เข้ากับคนง่าย&lt;br /&gt;&gt; ชอบเป็นที่ปรึกษาปัญหาให้ใครต่อใคร ชอบช่วยเหลือและ&lt;br /&gt;&gt; ทำตัวให้เป็นประโยชน์อยู่เสมอ มีจิตใจเป็นสมถะ ชอบปิดทองหลังพระ&lt;br /&gt;&gt; คุณควรคบกับคนที่มีนิสัยคล้ายคลึงกัน ไม่งั้นคนอื่นจะเอาเปรียบคุณ&lt;br /&gt;&gt; ข้อเสีย ขี้เกียจ ใจน้อย มักถูกคนอื่นเอาเปรียบ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ffcc00;"&gt;&gt; 3. สีเหลือง ศักยภาพ : มีความคิดสร้างสรรค์ ฉลาด&lt;br /&gt;&gt; คุณเป็นคนคิดอะไรรวดเร็ว มีความกระตือรือร้นอยู่เสมอ เข้าสังคมง่าย&lt;br /&gt;&gt; ปรับตัวเก่ง ชอบคุยถกเถียงปัญหา ชอบเรียนรู้&lt;br /&gt;&gt; และทำอะไรหลายๆอย่างในเวลาเดียวกัน มีพรสวรรค์ด้านการพูด&lt;br /&gt;&gt; งานที่ทำควรเกี่ยวกับการพูดเป็นสื่อ เช่น ครู เซลล์แมน นักการทูต&lt;br /&gt;&gt; ที่ปรึกษา ฯลฯ หรืองานอาชีพที่ต้องใช้คำพูดเป็นหลัก เป็นคนฉลาดหลักแหลม&lt;br /&gt;&gt; และเรียนรู้อะไรได้รวดเร็ว&lt;br /&gt;&gt; ข้อเสีย จับจด ขี้อาย โกหกเก่ง&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;&gt; 4. สีเขียว ศักยภาพ : รักษาโรค (สีเขียวเป็นสีของการรักษาโรค)&lt;br /&gt;&gt; คุณเป็นคนรักสงบ ชอบช่วยเหลือผู้อื่น จิตใจดี มีพลังจิต ไว้วางใจได้&lt;br /&gt;&gt; คุณอาจมีลักษณะภายนอกหงิมๆ หรือเรียบง่าย แต่ส่วนลึกแล้วดื้อน่าดู&lt;br /&gt;&gt; คุณเป็นพวกสู้งาน หนักเอาเบาสู้&lt;br /&gt;&gt; ข้อเสีย ดื้นรั้น ไม่รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&gt;&lt;br /&gt;&gt; &lt;span style="color:#000099;"&gt;5. สีน้ำเงิน ศักยภาพ : เป็นได้ทุกอย่าง&lt;br /&gt;&gt; คุณเป็นพวกมองโลกในแง่ดี แม้ชีวิตจะลุ่มๆ ดอนๆ ไปบ้าง&lt;br /&gt;&gt; แต่ยังยิ้มสู้เสมอ แสงออร่าของคุณจึงกว้างและสว่างไสวเสมอ&lt;br /&gt;&gt; ทำให้กระชุ่มกระชวย ดูอ่อนกว่าวัย คุณมีความจริงใจ ซื่อสัตย์&lt;br /&gt;&gt; ปากกับใจตรงกัน รักการผจญภัย มีความคิดสร้างสรรค์และมีจินตนาการ&lt;br /&gt;&gt; ชอบพบปะผู้คน และสนใจการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม มีพรสวรรค์หลายๆ ด้าน&lt;br /&gt;&gt; ข้อเสีย ชอบทำงานหลายๆ อย่างในคราวเดียวกัน จึงกลายเป็นคนจับจด&lt;br /&gt;&gt; ทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่างนอกจากนั้นยังเป็นพวกชีพจรลงเท้าและขาดความอดทนอีก&lt;br /&gt;&gt; ด้วย&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#6666cc;"&gt;&gt; 6. สีคราม ศักยภาพ : มีความรับผิดชอบสูง&lt;br /&gt;&gt; คุณชอบงานด้านสังคมสงเคราะห์ ช่วยเหลือผู้อื่น ชอบรับผิดชอบงาน&lt;br /&gt;&gt; จิตใจโอบอ้อมอารี เป็นที่พึ่งของผู้อื่นได้ ไม่เห็นแก่ตัว&lt;br /&gt;&gt; ข้อเสีย ปฏิเสธใครไม่เป็น ควรหาเวลาเป็นตัวของตัวเองบ้าง&lt;br /&gt;&gt; มีมาตรฐานการทำงานสูง จึงมักหงุดหงิดกับอะไรๆที่ไม่ได้ตามมาตรฐานของตนเอง&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;&gt; 7. สีม่วง ศักยภาพ : ฉลาดล้ำลึก และสันโดษ&lt;br /&gt;&gt; คุณมีจิตใจละเอียดอ่อน&lt;br /&gt;&gt; สนใจในศาสตรลึกลับจนบางครั้งดูเหมือนเป็นคนลึกลับ คุณมีประสาทสัมผัสที่๖&lt;br /&gt;&gt; รักสันโดษจนดูเหมือนคุณจะเข้ากับใครไม่ได้&lt;br /&gt;&gt; ข้อเสีย มักดูถูกความคิดผู้อื่น และเก็บความรู้สึกมากเกินไป&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff99ff;"&gt;&gt; 8. สีชมพู ศักยภาพ : นักบริหาร นักธุรกิจ&lt;br /&gt;&gt; คุณเป็นคนมีความตั้งใจจริง แต่ค่อนข้างดื้นรั้น วางมาตรฐานตัวเองไว้สูง&lt;br /&gt;&gt; มีความเด็ดเดี่ยว และมุ่งมั่นที่จะให้บรรลุเป้าหมาย และความสำเร็จ&lt;br /&gt;&gt; อาชีพของคุณจึงต้องเกี่ยวกับการบริหารและความรับผิดชอบ&lt;br /&gt;&gt; ในส่วนลึกเป็นคนโรแมนติค และถ่อมตน รักความสงบ มีเมตตา&lt;br /&gt;&gt; ขณะเดียวกันจะยืนหยัดต่อสู้อย่างไม่ยอมถอย ถ้าคุณรู้ว่าเป็นฝ่ายถูก&lt;br /&gt;&gt; ข้อเสีย มุงานมากเกินไปจนเครียด ควรหางานอดิเรกคลายเครียด&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ffcc66;"&gt;&gt; 9. สีทองเหลือง ศักยภาพ : นักสังคมสงเคราะห์&lt;br /&gt;&gt; คุณเป็นคนอ่อนโยน ชอบช่วยเหลือผู้อื่น&lt;br /&gt;&gt; เป็นทั้งนักปราชญ์และเป็นคนมีคุณธรรมเต็มเปี่ยม คุณมี&lt;br /&gt;&gt; ความสุขมากที่สุดเมื่อได้ช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน&lt;br /&gt;&gt; เป็นคนมีความสุขและมองโลกในแง่ดี&lt;br /&gt;&gt; ข้อเสีย ปฏิเสธใครไม่เป็น จึงถูกเอาเปรียบบ่อยๆ ควรรู้จักปฏิเสธบ้าง&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#999999;"&gt;&gt; 11. สีเงิน ศักยภาพ : นักอุดมคติ&lt;br /&gt;&gt; คุณมีประสาทสัมผัสที่ ๖ มีศักยภาพสูงในหลายๆ ด้าน&lt;br /&gt;&gt; เต็มไปด้วยความคิดแปลกๆ ใหม่ๆ ชอบฝันหวาน&lt;br /&gt;&gt; แต่คุณมักจะฝันมากกว่าลงมือทำจริงๆ เป็นคนซื่อสัตย์&lt;br /&gt;&gt; มีความเชื่อมั่นในตัวเอง มองโลกในแง่ดี&lt;br /&gt;&gt; ถ้ามุมานะสร้างความฝันให้เป็นความจริงคุณจะไปได้ไกลมากทีเดียว&lt;br /&gt;&gt; ข้อเสีย ขี้เกียจ และบางครั้งจะเครียดจนใครๆ ไม่กล้าเข้าใกล้&lt;br /&gt;&gt; ควรหาเวลาพักผ่อน ฝึกสมาธิ หรือโยคะ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#cc9933;"&gt;&gt; 12. สีทอง ศักยภาพ : ไม่มีขอบเขตจำกัด&lt;br /&gt;&gt; คุณสามารถทำเรื่องใหญ่ให้กลายเป็นเรื่องเล็ก&lt;br /&gt;&gt; หรือทำงานใหญ่ให้กลายเป็นเรื่องปอกกล้วยเข้าปาก&lt;br /&gt;&gt; คุณจะประสบความสำเร็จไปแทบทุกเรื่อง เป็นคนมีเสน่ห์จูงใจ&lt;br /&gt;&gt; ทำงานหนักเอาเบาสู้ มีเป้าหมาย ในการทำงานที่แน่นอนมีอุดมคติและความสามารถสูง&lt;br /&gt;&gt; เป็นผู้นำสามารถโน้มน้าวจิตใจผู้อื่นได้&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&gt;&lt;br /&gt;&gt; ความหมายสีของออร่า&lt;br /&gt;&gt;&lt;br /&gt;&gt; สีของความคิดและอารมณ์&lt;br /&gt;&gt; จะมีลักษณะเป็นหมอก มีความไหลปรากฏเป็นหย่อมๆ&lt;br /&gt;&gt; จะเห็นได้ชัดเจนบริเวณรอบศีรษะ และเหนือบ่า มีสีสันต่างๆ เช่น&lt;br /&gt;&gt;&lt;br /&gt;&gt; สีชมพู หมายถึงพลังที่แจ่มใส เต็มไปด้วยความรัก อารมณ์ขัน ถ่อมตนสามารถ&lt;br /&gt;&gt; ปลอบประโลม ผู้อื่น โรแมนติก ข้อเสียคือมักจะใจคอโลเล&lt;br /&gt;&gt;&lt;br /&gt;&gt; สีแดง เป็นสีที่แสดงถึงความทะเยอทะยาน เต็มไปด้วยพลังงานมีความกระฉับกระเฉง&lt;br /&gt;&gt; และ มีพลังทางเพศ&lt;br /&gt;&gt; ถ้าเป็นสีแดงมืดอาจหมายถึงอารมณ์รุนแรง ถ้าเป็นสีแดงสดใสหมายถึงความ&lt;br /&gt;&gt; ภาคภูมิใจ และทะเยอทะยานในทางที่ถูกที่ควร ถ้าสีแดงขุ่นเป็นพวกใจคอโหดร้าย&lt;br /&gt;&gt;&lt;br /&gt;&gt; สีส้ม / แสด เป็นสีของความกระฉับกระเฉงว่องไว มีความสุข สุขภาพ&lt;br /&gt;&gt; ที่เต็มไปด้วยพลัง ถ้ามีแสงสีนี้มากเกินไปจะกลายเป็นคนเย่อหยิ่ง&lt;br /&gt;&gt; สีนี้ยังเป็นสีที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อด้วย&lt;br /&gt;&gt;&lt;br /&gt;&gt; สีส้มมัวหม่น หรือ ส้มปนน้ำตาล แสดงถึงปัญญาต่ำ ถ้าสีส้มแดงหมายถึง&lt;br /&gt;&gt; เย่อหยิ่ง อวดฉลาด&lt;br /&gt;&gt;&lt;br /&gt;&gt; สีเหลือง เป็นสีที่มองเห็นง่ายที่สุดในออร่า&lt;br /&gt;&gt; เป็นสีของความฉลาดความเมตตา มองโลกในแง่ดี รักเพื่อนมนุษย์&lt;br /&gt;&gt; นอกจากนั้นยังเป็นสีของภูมิคุ้มกันโรค สีเหลืองอมส้มแสดงถึง ความฉลาด -&lt;br /&gt;&gt; ปราดเปรื่อง สีเหลืองขุ่นค้นแสดงถึงความอิจฉาริษยา หรือความคลางแคลงใจ&lt;br /&gt;&gt;&lt;br /&gt;&gt; สีเขียว เป็นสีของจิตใจที่ละเอียดอ่อน มีความเข้าใจผู้อื่น&lt;br /&gt;&gt; นอกจากนั้นยังเป็นสีของ ความรัก การเปลี่ยนแปลง การรักษาโรค&lt;br /&gt;&gt; ความสามารถในการใช้มือ และยังเป็นสีที่แสดงถึงความสมดุล&lt;br /&gt;&gt;&lt;br /&gt;&gt; ถ้าเป็นสีเขียวสดใสแสดงว่าเป็นคนปรับตัวเก่ง ใจดี ชอบอิสระ&lt;br /&gt;&gt;&lt;br /&gt;&gt; ถ้าเป็นสีเขียวมืดจะเป็นพวกขี้โกง ขี้อิจฉา&lt;br /&gt;&gt;&lt;br /&gt;&gt; ถ้าเป็นสีเขียวอมฟ้าเป็นพวกชอบช่วยเหลือผู้อื่นไว้วางใจได้&lt;br /&gt;&gt; เข้าอกเข้าใจผู้อื่น และแสดงถึงความสามารถในการรักษาโรค&lt;br /&gt;&gt;&lt;br /&gt;&gt; ถ้าเป็นสีเขียวขี้ม้าเป็นพวกชอบหลอกลวง ต้มตุ๋น ขี้โกง และขี้เหนียว&lt;br /&gt;&gt;&lt;br /&gt;&gt; สีน้ำเงิน เป็นสีของความสงบและสัจจะ เป็นสีของการสื่อสาร&lt;br /&gt;&gt; พลังจิตความฉลาด ความมีอุดมคติ ขยันขันแข็ง ความสำเร็จ&lt;br /&gt;&gt; สามารถยืนหยัดอยู่บนขาของตัวเอง มีความเชื่อมั่นในตนเอง ซื่อตรง จริงใจ&lt;br /&gt;&gt; และชอบช่วยเหลือผู้อื่น มักจะเป็นพวกสมถะ แต่ใจคอหงุดหงิดง่าย&lt;br /&gt;&gt;&lt;br /&gt;&gt; สีน้ำเงินขุ่นแสดงว่าทัศนะวิสัยถูกปิดกั้น กลายเป็นคนขี้กังวลและขี้ลืม&lt;br /&gt;&gt;&lt;br /&gt;&gt; สีคราม เป็นสีของพลังจิต สัมผัสที่ 6 โทรจิต ความฉลาดล้ำลึกความคิดสร้างสรรค์&lt;br /&gt;&gt; และความเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติมีความจริงใจ ชอบค้นหาสัจจะความจริงของชีวิต&lt;br /&gt;&gt;&lt;br /&gt;&gt; สีม่วง เป็นพวกจิตละเอียดอ่อน เป็นตัวของตัวเอง มีสัมผัสที่ 6&lt;br /&gt;&gt; ชอบทางสมาธิ และโน้มเอียงไปทางศาสนา ชอบเรื่องลี้ลับ&lt;br /&gt;&gt; คนส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยมีสีนี้ ผู้ที่มีสีนี้มักจะมีพลังจิตสูงแต่อาจมีปัญหา&lt;br /&gt;&gt; เกี่ยวกับบริเวณท้อง&lt;br /&gt;&gt; เนื่องจากจักระช่วงบนพัฒนาล้ำหน้าจักระช่วงล่าง&lt;br /&gt;&gt;&lt;br /&gt;&gt; สีน้ำตาล เป็นสีที่แสดงถึงความคิดแคบๆไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น เห็น&lt;br /&gt;&gt; แก่ตัว&lt;br /&gt;&gt; ชอบคุยแต่เรื่องตัวเองเป็นคนน่าเบื่อ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;เป็นไงกันบ้างค่ะ ได้สีอะไรกันบ้างเอ่ย&lt;br /&gt;สีที่ได้กับคำทำนาย ตรงกับตัวคุณไหมค่ะ&lt;br /&gt;แม่นมากๆเลยอ่ะ&lt;br /&gt;อิอิ...คำทำนายสนุกๆมีสาระ ก็เอามาให้อ่านกันค่ะ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8120285729547811438-7067416126739919734?l=tadduean-hrod.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://tadduean-hrod.blogspot.com/feeds/7067416126739919734/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8120285729547811438&amp;postID=7067416126739919734' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8120285729547811438/posts/default/7067416126739919734'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8120285729547811438/posts/default/7067416126739919734'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tadduean-hrod.blogspot.com/2008/07/blog-post.html' title='ออร่า ของคุณสีอะไร'/><author><name>tadduean</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05221960802417286708</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
